Browsed by
Tag: ทัวร์ญี่ปุ่น ราคาถูก

5 ยอดเยี่ยมสถานที่เที่ยวยอดนิยม ในประเทศญี่ปุ่น ที่ไปแล้วจะต้องไปอีก!

5 ยอดเยี่ยมสถานที่เที่ยวยอดนิยม ในประเทศญี่ปุ่น ที่ไปแล้วจะต้องไปอีก!

ทัวร์ญี่ปุ่น ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นใครๆก็ต้องการจะไปกันทั้งหมด!! คอยเงินออกเก็บตังค์จองตั๋วแล้วหลังจากนั้นก็ไป…แม้กระนั้นติดตรงที่ไม่ทราบจะไปไหนนี่สิ? ได้แต่ว่าคิดหลายๆครั้งไม่รู้เรื่องว่าจะเริ่มจากที่ไหนไปที่ไหนก่อน วันนี้พวกเราก็เลยต้องการมาขจัดแก้ไขปัญหาในจุดนี้ เพื่อจะคลายปัญหาความข้องใจและก็มาช่วยคิดแผนสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวของคุณที่ง่ายมากยิ่งขึ้น พวกเราจะรวมสถานที่เที่ยวยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นที่ไปแล้ว จึงควรต้องการไปอีกแน่ๆ!! ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ตามมาเลย! 1. บริเวณเมืองเก่าทาคายาม่า Takayama Old Town เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่โด่งดังเยอะที่สุดของจังหวัดกิฟุ เป็นหยังคันขาที่เคยเจริญก้าวหน้าอย่างมากมายในสมัยก่อน รวมทั้งในขณะนี้รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นก็ยังได้รักษารักษาไว้ คุณต้องการจะมาท่องเที่ยวดูในแบบประเทศญี่ปุ่นอดีตสมัยหรือเสพบรรยากาศแบบเริ่มแรกๆของประเทศญี่ปุ่น คุณมาตรงนี้เลย!เนื่องจากตรงนี้ยังมีบ้านแล้วก็ตึกต่างๆหลายข้างหลังที่แก่มากยิ่งกว่าร้อยปีให้ดู บอกเลยว่าที่นี่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในยุคเอโดะเลยก็ว่าได้ พิกัด : จังหวัดกิฟุ ภูมิภาคชุบุ 2. พิพิธภัณฑสถานนินจาอิงะ Iga Ninja Museum พิพิธภัณฑสถานนินจาอิงะ เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และก็เป็นบ้านเกิดของเหล่านินจาในประเทศญี่ปุ่น เพราะเหตุว่าในตอนศตวรรษที่ 15 เมืองนี้เคยเป็นสถานที่สอนวิชานินจามาก่อน ก็เลยบอกได้เต็มปากเลยว่าที่นี่เป็นบ้านกำเนิดของนินจาในเชื้อสายอิงะ ใครกันแน่ที่ถูกใจเรื่องพวกนินจาหรือการ์ตูนนินจาต่างๆหรือพอใจในเรื่องเหล่านี้ก็สามารถมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ พิกัด : จังหวัดไม่เอะ ภูมิภาคคันไซ 3. เกโระ ออนเซน Gero Onsen ใครกันแน่ที่ต้องการลองแช่ออนเซ็นมองเป็นสายออนเซ็นก็ไม่สมควรจะพลาดตรงนี้ ด้วยเหตุว่าตรงนี้ได้ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ออนเซ็นที่ดีเยี่ยมที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในยุคเอโดะ บอกเลยว่ามิได้ได้รับความนิยมเฉพาะอดีตแต่ว่ายังเป็นที่ที่ได้รับความนิยมมาถึงในทุกวันนี้ อย่างงั้นก็มาจากในเรื่องของประสิทธิภาพของน้ำพุที่ดีเยี่ยมๆซึ่งมีคุณภาพที่สูงรวมทั้งมีบรรยากาศที่สุดแสนจะดี๊ดี พิกัด : จังหวัดกิฟุ ภูมิภาคชุบุ 4. ติดอยู่ไม่วัวจิ Kamikochi ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของแนวเขาแอลป์ประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่พอใจบรรยากาศสบายๆที่มีธรรมชาติล้อม ตรงนี้นับว่าเป็นที่ที่คุณควรมาอย่างมากมาย ด้วยเหตุว่าตรงนี้ได้รับการยินยอมรับเลยว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีทิวภาพมีเทือกเขาที่สวยสดงดงามที่สุดในประเทศประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังยังมีบรรยากาศที่เรียกว่าดีเยี่ยมๆซึ่งคล้ายกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลยก็ว่าได้ ใครกันแน่ที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในบรรยากาศของชาวญี่ปุ่นก็ชี้แนะมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้เลย พิกัด : จังหวัดนากาโน่ ภูมิภาคชุบุ 5. พิพิธภัณท์สัตว์น้ำ โอซาก้า Kaiyukan Osaka Aquarium ยอดเยี่ยมในสวนสัตว์น้ำที่เหมาะสมที่สุดของญี่ปุ่น ผู้ใดกันแน่ที่ชอบพอเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหรือให้ความสนใจในด้านนี้ บางครั้งก็อาจจะอยู่ได้ตลอดทั้งวันในพิพิธภัณฑสถานนี้เลยก็ได้ เพราะเหตุว่าด้านในศูนย์การแสดงสัตว์น้ำที่นี้มีสิ่งที่น่าดึงดูดอยู่หลายสิ่งหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาฉลามวาฬ…

Read More Read More

7 สิ่งที่จำเป็นต้องทราบเมื่อท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น!!

7 สิ่งที่จำเป็นต้องทราบเมื่อท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น!!

ชาวไทยนั้นถูกใจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น กันมาก ซึ่งญี่ปุ่นนั้นมีขนบธรรมเนียมที่ต่างจากบ้านพวกเรา ก็จะมีผลให้บางครั้งในบางเรื่องพวกเราอาจไม่ทราบว่าสิ่งไหนควรจะทำหรือสิ่งไหนไม่สมควรที่จะกระทำ วันนี้พวกเราก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะสิ่งที่จำเป็นต้องทราบเมื่อคุณจะท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ว่าสิ่งไหนควรจะทำหรือเปล่าควรจะทำบ้างมาดูกัน สิ่งที่จำต้องทราบเมื่อท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น 1. บันไดให้ยืนชิดด้านซ้าย เอาเวลาขึ้นลงบันไดเลื่อนนั้นคนประเทศญี่ปุ่นเขาจะยืนชิดด้านซ้ายกัน ส่วนคนใดกันแน่ที่รีบหรือติดธุระด่วนก็จะให้เดินในวิถีทางขวา เว้นเสียแต่บางพื้นที่อย่างภูมิภาคคันไซคนประเทศญี่ปุ่นจะยืนชิดด้านขวาและก็เปิดพื้นที่ทางด้านซ้ายในการเดินขึ้นลง แต่ว่าการเดินหรือยืนชิดด้านซ้ายนั้นไม่เฉพาะแต่ในเรื่องของบันไดเลื่อนแค่นั้นบนฟุตบาทก็ใช้แบบเดียวกัน ประเทศญี่ปุ่นจะแบ่งวิถีทางการเดินทางเท้าไว้ได้อย่างเห็นได้ชัด 2. งดเว้นการคุยโทรศัพท์ หัวข้อนี้คุณจำต้องทราบดีว่าไว้อย่างมากมายยิ่งผู้ใดกันแน่ที่เที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้ว ตอนที่เดินทางด้วยรถประจำทางหรือรถโดยสารประจำทางคุณต้องปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้ คุณจะมองเห็นได้เลยว่าในการ์ตูนในหนังของประเทศญี่ปุ่นนั้น เวลาผู้แสดงอยู่บนรถไฟก็ชอบใช้แนวทางส่งข้อความหากันมากกว่าโทรคุย 3. การต่อคิว การต่อคิวนั้นนับว่าเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของคนประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการต่อคิวรอคอยรถยนต์โดยสารประจำทางการเข้าห้องอาบน้ำหรือการซื้อของต่างๆทุกคนจึงควรต่อคิวเช่นกันหมดจะไม่มีการแซงคิวหรือแทรกคิวกันอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนั้นถ้าเกิดคุณไปประเทศญี่ปุ่นและก็อย่าเที่ยวไปแซงคิวคนไหนกันเขาล่ะ 4. ผู้กระทำดเปิดปิดประตูลิฟท์ สำหรับเพื่อการใช้ลิฟต์นั้นแม้ผู้ใดกันแน่เป็นคนที่เข้าไปในลิฟท์เป็นคนแรก ก็จะนับว่าคนนั้นควรจะเป็นคนกดเปิดปิดลิฟท์ให้ผู้อื่น ถึงชั้นที่พวกเราจะลงก็จำเป็นที่จะต้องให้คนอื่นๆออกก่อนถึงจะออกเป็นคนในที่สุด 5. เวลาจ่ายเงิน ถ้าเกิดไปจ่ายตลาดตามร้านในประเทศญี่ปุ่นเขาจะมีถาดจัดแจงไว้สำหรับชำระเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อความสบายแก่บุคลากรและไม่มอบเงินลูกค้าปนกัน ในช่วงเวลาที่บุคลากรได้รับเงินแบงค์ใหญ่มาก็จะพูดซ้ำกับลูกค้าว่าได้เงินมามากแค่ไหนพร้อมทั้งโชว์ให้มองเห็น 6. ถ้ามีลูกค้าอยู่คุณจำเป็นต้องคอยต่อแถว เมื่อได้เข้าไปในร้านขายของแล้วต้องการจะถามไถ่บุคลากร แม้กระนั้นถ้าหากว่าเวลานี้บุคลากรกำลังให้บริการกับลูกค้าคนอื่นๆอยู่ คุณก็ต้องรอคอยจนกระทั่งบุคลากรจะบริการลูกค้าคนนั้นเสร็จเสียก่อนถึงจะถามบุคลากรได้ ด้วยเหตุดังกล่าวคุณอย่าเข้าไปแทรกเพื่อถามเพราะไม่งั้นจะเป็นการเสียมารยาทมากมายๆอย่างยิ่งจริงๆ 7. อย่าเสวนาเสียงดังในที่ส่วนรวม ชาวญี่ปุ่นเขาจะให้ความใส่ใจกับความเป็นส่วนตัวมากมายๆยิ่งเฉพาะพื้นที่สาธารณะเป็นหลักที่ที่ทุกคนในสังคมใช้ด้วยกัน สำหรับเพื่อการคุยกันก็เลยจำเป็นจะต้องเกรงอกเกรงใจคนที่อยู่รอบข้างอย่างยิ่ง ก็เลยไม่สมควรที่จะสนทนาเสียงดังหรือแผดเสียงก่อกวนคนอื่น

5 สถานที่งามๆในประเทศญี่ปุ่น ที่งามจนถึงจะต้องอัเพียงพอวดเพื่อนพ้องในโซเซียล!

5 สถานที่งามๆในประเทศญี่ปุ่น ที่งามจนถึงจะต้องอัเพียงพอวดเพื่อนพ้องในโซเซียล!

ทัวร์ญี่ปุ่น คนใดที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็อาจจะต้องการจะหารูปงามๆอัพลง Facebook หรือ Instagram เนื่องจากว่าในปัจจุบันไปไหนรับประทานอะไรหรือจะทำอะไรก็จำเป็นที่จะต้องถ่ายภาพลงอัพเดทอยู่เสมอเวลา ซึ่งสิ่งพวกนั้นก็เปรียบไดอารี่ที่พวกเราได้อัพรูปเอาไว้ภายในขณะนั้น วันนี้พวกเราก็เลยต้องการจะเอาอกเอาใจสาวกผู้ที่ถูกใจท่องเที่ยวแล้วก็ถูกใจถ่ายภาพทั้งหลายแหล่ พวกเราก็เลยมี 7 สถานที่ที่คุณต้องอย่าลืมไปถ่ายภาพเด็ดขาด สถานที่กลุ่มนี้งามรวมทั้งเหมาะสมที่จะถ่ายภาพหลงบรรพชาเพื่อนพ้องๆในอินตามึงรมเอามากๆ 1. ทาคานาว่า พริ้นเซสการ์เดน Takanawa Princess Garden จังหวัด : เมืองโตเกียว ตรงนี้จะมีบรรยากาศความสวยงามในสไตล์แบบยุโรปที่หาได้ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้จะมีบรรยากาศแบบแกยุโรปยุคยุคกลางหรือจะเป็นทั้งยังทางเท้าหรืออาคารต่างๆที่ทำให้มีความรู้สึกราวกับหลุดออกมาอยู่ในยุโรปแท้ๆจนถึงจำเป็นต้องเฉลียวใจเลยว่าอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจริงๆหรือไม่? รวมทั้งตรงนี้ก็ยังมีห้องอาหารและก็สถานที่จัดการแสดงดนตรีที่สวยอย่างกับพระราชวังในกรุงเวียดนามอีกด้วย 2. ซารุชิมะ Sarushima จังหวัด : คานากาว่า ตรงนี้รู้จักกันอีกในชื่อเลยก็คือเกาะลิง ซึ่งเป็นเกาะที่เดียวในอ่าวเมืองโตเกียวที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แต่ว่าตรงนี้จะเป็นที่พักผ่อนพักผ่อนของคนประเทศญี่ปุ่น ที่ชอบมาตั้งแคมป์ทำบาร์บีคิวหรือตกปลากินกัน ในช่วงฤดูร้อนคนประเทศญี่ปุ่นก็ชอบมาอาบแดดกันที่นี่โน่นก็เนื่องจากว่าตรงนี้ไม่มีการเดินทางที่สะดวกและก็เป็นสถานที่เที่ยวที่โด่งดังไม่แพ้ที่ใดด้วย นอกเหนือจากนี้ตรงนี้ยังเป็นเกาะที่มีมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์อีกด้วย 3. ยะสะกะวัวเคยชินโด Yasaka Kochindo จังหวัด : เกียวโต จุดที่น่าดึงดูดของสงฆ์นี้รวมทั้งเหมาะสมที่จะถ่ายภาพที่สุดเลยก็คือที่ห้อยระอุลุกรุซารุ มันเป็นของขลังที่ไว้เขียนคำร้องขอพรซึ่งคล้ายกับบอร์ดไม้ที่ห้อยไว้ตามศาลเจ้าศาสนาชินโตทั่วๆไป แต่ว่าอันนี้จะมีนานาประการสีสันที่แต่งแต้มก็เลยทำให้มองสดชื่นมากยิ่งขึ้น ถ่ายภาพกับตรงนี้ให้มีความงดงามขึ้นนั้นเสนอแนะให้สวมชุดยูกะตะ 4. น้ำตกโนไม่โสะ Nomiso Waterfall จังหวัด : ชิบะ น้ำตกที่งามราวภาพวาดเลยซึ่งประเด็นนี้กล่าวจริงๆมิได้พูดเท็จอะไร น้ำตกที่นี้ถือได้ว่าสถานที่สามารถเพลินไปกับธรรมชาติแล้วก็ความงามคละเคล้ากับความมองลึกลับได้ในเวลาเดียวกัน ยิ่งในรุ่งเช้าที่มีแดดส่องผ่านถ้ำมากมายระทบกับผิวน้ำและก็หินบริเวณนั้น ก็จะดูเหมือนกับว่าสปอร์ตไลท์ที่ส่องลงมา ถ้าเกิดผู้ใดกันโชคดีก็จะเห็นภาพสะท้อนจากแผ่นน้ำออกมาเป็นรูปหัวใจได้ด้วย 5. สะพานสุมาตะเคียว Sumatakaew จังหวัด : ชิสุโอกะ สะพานที่นี้รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งก็คือสะพานที่ความฝัน สะพานนี้ตั้งอยู่ในซอกเขาไม่นามิแอลป์เหนือเขื่อนทะเลสาบรวมทั้งเป็นสะพานแขวนที่มีความยาว 90 เมตร ห่างจากพื้นน้ำ 8 เมตร และก็สามารถผ่านได้ทีละ 8 คนเพียงแค่นั้น เหมาะสมไหมว่าสีของทะเลสาบนั้นจะเปลี่ยนแปลงและก็สิ่งแวดล้อมก็จะต่างๆนาๆตามฤดูกาล มีความเห็นว่าถ้าไปขอพรเรื่องความรักกึ่งกลางสะพานจะก่อให้สิ่งที่ขอนั้นเป็นจริงอีกด้วย

5 เมืองที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เมืองไหนเหมาะสมกับคุณ!

5 เมืองที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เมืองไหนเหมาะสมกับคุณ!

วันนี้พวกเรามีเมืองที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งจะมาชี้แนะทุกคนที่กำลังคิดจะไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นอยู่ ผู้ใดกันแน่ที่ยังไม่รู้เรื่องว่าตนเองต้องการท่องเที่ยวเมืองไหนในประเทศญี่ปุ่น พวกเราถึงมีความคิดดีดีซึ่งรับประกันว่าท่องเที่ยวผู้เดียวได้อย่างง่ายๆ แล้วมาดูกันเลยว่าเมืองที่น่าท่องเที่ยวนี้อยู่บนนั้นมีเมืองอะไรบ้าง 1. เมืองโตเกียว Tokyo เป็นเมืองที่เมื่อคนใดกันแน่คิดจะไปประเทศญี่ปุ่นต้องคิดถึงเป็นลำดับแรกอยู่ตลอด อีกทั้งเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมรวมทั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยประสมประสานกับวัฒนธรรมเริ่มแรกของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีแฟชั่นที่ผิดตาล้นหลามในเมืองโตเกียวอีกด้วย ซึ่งสถานที่น่าท่องเที่ยวในเมืองโตเกียวนั้นโดยมากที่นิยมก็จะเป็นฮาราจุกุแล้วก็เมืองโตเกียวทาวเวอร์ จริงๆก็มีสถานที่น่าท่องเที่ยวมากในเมืองโตเกียว บอกได้เลยว่าเมืองโตเกียวนั้นคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจแบบที่ไม่เคยมองเห็นจากที่ไหนมาก่อนแน่ๆ ที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีในเมืองโตเกียว แล้วตอนที่เมืองโตเกียวจะงามที่สุดก็คือจะเป็นตอนๆใบไม้เปลี่ยนสีรวมทั้งในช่วงฤดูดูซากุระ 2. เกียวโต Kyoto คนไหนที่รู้สึกชื่นชอบศิลป์แล้วก็วัฒนธรรมแบบตั้งเดิมของคนญี่ปุ่น เมืองนี้เป็นเมืองที่เหมาะสมกับคุณเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวัดโบราณที่ทำให้ท่านรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย ตอนที่น่าท่องเที่ยวเยอะที่สุดเลยก็คือฤดูใบไม้ผลินั่นเอง 3. โอซาก้า Osaka โอซาก้านั้นเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของญี่ปุ่นแล้วก็ยังขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของราคาของกินที่สบายกระเป๋า ซึ่งเมืองนี้เหมาะสมกับผู้ที่ชอบใจการทานอาหารเป็นอันมาก เพราะว่าทุกทุกมุมของเมืองคุณจะสามารถหาร้านอาหารที่รสดีได้ทุกมุมเมืองแถมยังราคาถูกอีกด้วย นอกเหนือจากนั้นโอซาก้ายังเป็นที่ตั้งของศูนย์การแสดงสัตว์น้ำไคยูคังที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีวังโอซาก้า รวมทั้งมีที่เที่ยวจำนวนมากที่รอคอยให้ท่านได้ไปสนุกสนานอยู่ ซึ่งตอนที่จะท่องเที่ยวได้นั้นคุณสามารถท่องเที่ยวดูได้ตลอดทั้งปี 4. ฟุกุโอกะ Fukuoka เป็นเมืองที่เหมาะกับผู้ที่ถูกใจเล่นถูกใจอาหารทะเลอย่างมากมาย แล้วก็ต้องการบอกอีกอปิ้งหนึ่งว่าที่นี่ยังฯลฯตำรับของบะหมี่ราเม็งที่ขึ้นชื่อลือนามของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย แน่ๆเลยว่าถ้าคุณมาตรงนี้ก็ไม่สมควรจะพิงการกินราเม็งเด็ดขาด ยิ่งกว่านั้นฟุกุโอกะยังเป็นเมืองที่มีคุณภาพสำหรับการดำรงชีวิตสูงหรือเป็นเมืองที่เครียดต่ำที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ผู้ใดกันต้องการท่องเที่ยวชิวชิวไม่ซีเรียสก็สามารถมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ ซึ่งฤดูท่องเที่ยวยอดฮิตนั้นจะอยู่ในตอนเดือนมีนาจนกระทั่งไปถึงเดือนพฤษภา หรือในตอนเดือนกันยาถึงเดือนตุลาเนื่องจากจะเป็นตอนๆที่อากาศกำลังสบายน่าท่องเที่ยวนั่นเอง 5. ทุ่งนารา Nara คนไหนกันที่ถูกใจสัตว์สวยสวยอย่างกว้างและก็เมืองนี้คงจะตอบปัญหาคุณอย่างดีเยี่ยม เพราะเหตุว่าไม่ว่าคุณจะเดินไปตรงไหนในเมืองท้องนารา คุณก็จะมองเห็นกรุ๊ปกวางทุกหนทุกแห่งที่เป็นมิตรกับผู้คน ทั้งเมืองที่นารายังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ล้นหลาม รวมทั้งเป็นต้นกำเนิดของขนบประเพณีต่างๆของคนประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งตอนที่น่าท่องเที่ยวนั้นสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีหรือจะมาท่องเที่ยวในตอนใบไม้เปลี่ยนสีก็ได้

5 วัดที่น่าไปท่องเที่ยว เพื่อไปขอพร ในประเทศญี่ปุ่น

5 วัดที่น่าไปท่องเที่ยว เพื่อไปขอพร ในประเทศญี่ปุ่น

ทัวร์ญี่ปุ่น วันนี้พวกเรามีวัดที่น่าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่คุณไม่สมควรพลาด เพราะเหตุว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมิได้มีดีเพียงแค่การเที่ยวตามธรรมชาติหรือของกินที่อร่อย ในประเทศญี่ปุ่นนั้นยังมีวัดที่สวยสดงดงามที่น่าไปขอพรมากมายก่ายกอง มองกันเลยว่ะมีวัดอะไรบ้าง 1. วัดวัวโตปะทุอิน Kotoku-in Temple เป็นองค์พระที่ใหญ่รวมทั้งเป็นที่รู้จักที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ถูกทำจากโลหะสำริดทองแดงจังหวัด Kanagawa เป็นรูปปั้นที่มีขนาดใหญ่ชั้น 2 ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีความสูง 3 เมตรและก็มีน้ำหนักราว 121 ตันอย่างยิ่งจริงๆ ตรงนี้เป็นสถานที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่เลื่องลือมากมายก่ายกอง ก็เลยทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั้งโลกเข้ามาสักการรวมทั้งขอพรเพื่อเป็นศรีมงคลกับตนเองจำนวนมาก 2. วัดนันโซอิน Nanzoin temple ที่วัดที่นี้มีพุทธรูปปางตายหรือเป็นรูปพระนอนขนาดใหญ่อยู่ เป็นพุทธรูปทองคำสำริดที่มีความยาวถึง 11 เมตรแล้วก็หนักถึง 300 ตัน ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดนันโซอิน จังหวัด Fukuoka คุณเข้าไปมองใกล้ๆก็จะสามารถมองเห็นลวดลายที่แกะคำสั่งสอนตรงอุ้งเท้าของพระนอนได้ด้วย ด้านในวัดนั้นก็ยังมีอุดมงค์เจ็ดเทวดาพระผู้เป็นเจ้าโชคลาภแล้วก็ยังมีจุดอื่นซึ่งสามารถมาไหว้พระขอพรกันได้ด้วย 3. วัดโอฟุนะคันนงจิ Ofuna Kannon-ji ตั้งอยู่จังหวัด Kagawa เป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่ประดิษฐ์ฐานอยู่แล้วมีความสูงถึง 25 เมตร วัดที่นี้ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1981 ซึ่งรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่นี้ ก็ถูกผลิตขึ้นเพื่อรำลึกถึงวิญญาณของผู้โชคร้ายจากการรบระเบิดปรมาณูนั่นเอง ทั้งยังยังมีความเชื่อเพราะถ้าหากผู้ใดกันแน่ที่มาขอพรก็ จะสามารถทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย 4. วัดโทไดจิ Todaiji วัดที่นี้เป็นวัดที่ดั้งเดิมแล้วก็ใหญ่อย่างมาก ทั้งยังได้รับการบันทึกว่าเป็นโภคทรัพย์แห่งชาติตั้งแต่ปี 1958 รวมทั้งได้ขึ้นเป็นทะเบียนมรดกของโลกอีกด้วย พุทธรูปองค์นี้ได้ถูกจัดทำขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.752 ซึ่งอายุขององค์พระนี้มากยิ่งกว่าพันกว่าปี แล้ววัดที่นี้ก็มีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาสักการะกันจำนวนไม่ใช่น้อย ทั้งยังยังมีฝูงกวางสวยๆที่เดินผสมปนเปไปๆมาๆกับผู้คนอีกด้วย 5. พระใหญ่อุชิคุ Ushiku Daibutsu เป็นพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งใหญ่เป็นชั้นสามของโลกอีกด้วย ตั้งอยู่ที่จังหวัด Ibaraki ซึ่งองค์พระนี้เป็นรูปปั้นสำริดปางยืนที่มีขนาดใหญ่มากมายๆเพราะว่ามีความสูงถึง 120 เมตร แล้วบริเวณรอบๆขององค์พระนั้นก็ยังมีสวนดอกไม้ที่ทำให้มีความรู้สึกถึงความบรรเทารวมทั้งความสวยด้วย ทั้งยังตรงนี้ยังมีห้องที่ใช้ฟังธรรมเพื่อผู้ที่ต้องการจะนั่งฟังพระเทศน์เกี่ยวกับพุทธศาสนาด้วย

5 ที่ท่องเที่ยว เดินทางไปหาเหล่านักแสดงมีชื่อ ในประเทศญี่ปุ่น!!

5 ที่ท่องเที่ยว เดินทางไปหาเหล่านักแสดงมีชื่อ ในประเทศญี่ปุ่น!!

ทัวร์ญี่ปุ่น การ์ตูนประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นขวัญใจของคนทั่วทั้งโลก แล้วก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยรู้จักประเทศญี่ปุ่นเยอะขึ้น คนไม่ใช่น้อยก็เติบโตขึ้นมาพร้อมทั้งตัวการ์ตูน บางบุคคลก็ต้องการจะมากมายระทบไหล่ตัวการ์ตูนประเทศญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นกันเยอะๆ วันนี้พวกเราก็เลยจะพาทุกคนมาหาตัวการ์ตูนในดวงใจในประเทศญี่ปุ่น มาดูกันเลยว่ามีที่ใดบ้างที่มีตัวละครมีชื่อหรือผู้แสดงที่คุณถูกใจไปดูกัน 1. The Osamu Tezuka Manga พิพิธภัณฑสถานที่แสดงผลลัพธ์งานของนักเขียนการ์ตูนประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อว่าคุณครู The Osamu Tezuka ซึ่งนักวาดคนนี้เป็นจิตรกรการ์ตูนโด่งดังมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง ผลงานเอกก็จะเป็น Astro Boy ซึ่งนักแสดงในหัวข้อนี้เป็นสิ่งที่จิตรกรได้เริ่มสร้างสรรค์มาตั้งแต่ยุคเรียนแล้ว ในสถานที่ที่นี้ก็จะมีนิทรรศการมีร้านรวมทั้งของสะสมที่เกี่ยวกับอนิเมะของ Astro Boy ซึ่งบางชิ้นหาจากที่อื่นมิได้เว้นเสียแต่ตรงนี้ เวลาเปิด-ปิด : 09:30-17:00 น.หยุดวันพุธ 2. Mizuki Shigeru (Mizuki Shigeru Museum) ตรงนี้เป็นแหล่งรวมเรื่องราวของการ์ตูนผีน้อยคิวทาโร่ น่าจะเป็นเรื่องราวหรือสิ่งที่เกี่ยวกับภูตผีปีศาจของประเทศญี่ปุ่น เพราะเหตุว่าการ์ตูนประเด็นนี้มันเกี่ยวกับผีสางตามตำนานของประเทศญี่ปุ่นที่พร้อมใจกันปกป้องรักษาความสงบสุขของผู้คนแล้วก็วิญญาณให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ผู้ใดกันเป็นแฟนพันธุ์แท้ประเด็นนี้ไม่สมควรที่จะพลาดมาตรงนี้เด็ดขาด หรือผู้ใดกันที่ต้องการรู้เรื่องราวของภูตผีปีศาจของประเทศญี่ปุ่นก็สามารถมาศึกษาใส่ความรู้ที่นี่ได้เช่นเดียวกัน เวลาเปิด-ปิด : 09:30-17:00 น. 3. One Piece (Tokyo One Piece Tower) การ์ตูนวันพีชเป็นการ์ตูนขวัญใจของคนอีกหลายคนแล้วก็ยังมีวี่แววว่ายังไม่จบสักครั้ง คนไหนกันที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ในประเด็นนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด เนื่องจากตรงนี้มีเรื่องมีราวราวของโจรสลัดหมวกฟางและก็พ้องเพื่อนพ้อง ทั้งยังมีสวนสนุกแล้วก็มีกิจกรรมเยอะแยะ ทั้งยังมีการแสดงโชว์ที่มุมซึ่งสามารถถ่ายกับนักแสดงวันพีซได้ด้วย เวลาเปิด-ปิด : 10:00-22:00 น. 4. Gundam (Gundam Front Tokyo) คนไหนกันที่ชอบพอ Gundam ที่ถูกทำโดย Yoshiyuki Tomino น่าไว้วางใจว่าการ์ตูนหัวข้อนี้เป็นการ์ตูนโปรดของเด็กชายคนไม่ใช่น้อย ซึ่งในหน้าสถานที่นั้นจะมีกันดั้มตัวใหญ่เท่าตัวจริงยืนอยู่ ในนี้จะมีกันดั้มหลายรุ่นหลายแบบอย่างทั้งยังยังมีรุ่น Limited ที่มีเฉพาะที่นี่อีกด้วย รวมทั้งเด็ดสุดๆเลยก็คือยังมีพื้นที่ให้ทดลองประกอบ Gundam ที่เป็นการรวมแฟนการ์ตูนหัวข้อนี้ให้มาสนุกสนานร่วมกันนั่นเอง เวลาเปิด-ปิด :…

Read More Read More

6 สถานที่ดูใบไม้เปลี่ยนสี ในประเทศญี่ปุ่น บอกเลยว่าเจ๋งมาก!

6 สถานที่ดูใบไม้เปลี่ยนสี ในประเทศญี่ปุ่น บอกเลยว่าเจ๋งมาก!

ผู้ใดกันแน่ที่กำลังจะต้องการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น เพื่อมองใบไม้เปลี่ยนสี เพราะว่าตอนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้เป็นตอนๆที่งามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ในความเป็นจริงแล้วคุณสามารถดูใบไม้เปลี่ยนสีได้แทบทั่วทั้งประเทศไม่ว่าจะจังหวัดไหนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตอนที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีนั้นจะอยู่ในตอนเดือนตุลาจนกระทั่งโดยประมาณช่วงกลางเดือนธันวาของทุกปี วันนี้พวกเราได้รวมสถานที่ดูใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นมาฝากกัน ไปดูกันเลยว่ามีตรงไหนบ้าง 1. สวนริปะทุงิเอน Rikugien Garden เป็นเลิศในสวนที่งามที่สุดรวมทั้งติดลำดับต้นต้นในเมืองโตเกียว ผู้ใดกันที่มาท่องเที่ยวเมืองโตเกียวแล้วอย่ามาดูใบไม้เปลี่ยนสีงามงามก็ลองเดินเที่ยวถ่ายภาพด้านในสวนได้ ตรงนี้ก็จะมีหลายทางให้ได้ดูทิวทัศน์ทิวภาพรวมทั้งใบไม้เปลี่ยนสีตามจุดต่างๆซึ่งในช่วงเวลาค่ำคืนนั้นก็จะมีการประดับไฟในสวน ซึ่งจะได้รับบรรยากาศที่สวยสดงดงามไปอีกในลัษณะหนึ่ง 2. ทะเลสาบคาวากุจิ Lake Kawaguchi เป็นทะเลสาบที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิสูงที่สุด คุณสามารถนั่งรถยนต์ดูธรรมชาติหรือบางทีอาจจะขึ้นกระเช้าไฟฟ้าเพื่อดูทิวทัศน์แบบมองเห็นทั่วๆ หรือต้องการจะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการลวงงเรือในทะเลสาบก็สามารถทำเป็นเหมือนกัน 3. อาราชิยาม่า Arashiyama ยอดเยี่ยมในสถานที่ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ยอดนิยมสูงที่สุด เพราะว่าตรงนี้เหมาะกับมาพักหรือดูความสวยสดงดงามตามธรรมชาติ ด้วยเหตุว่าตรงนี้มีทั้งยังซอกเขาแม่น้ำซึ่งจะมีบรรยากาศที่ราวกับในหนังประเทศญี่ปุ่นสุดๆบอกเลยว่าเป็นสถานที่สวยมากมายๆเลยจริงๆ 4. วัดเองวัวจิ Enko-ji Temple เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาทางภาคเหนือของเกียวโตฝั่งทิศตะวันออก รอบๆรอบรอบวัดนั้นจะมีการจัดสวนยอมสวนหินน้ำหนองน้ำ รวมทั้งจะมีสวนใบไม้เปลี่ยนสีที่จะสามารถเดินดูบริเวณสวนหรือจะนั่งชิวๆตามระเบียงในวัดก็ได้ 5. วัดน้ำใสหรือวัดคิโยมิสุ Kiyomizu เป็นวัดที่โด่งดังมากมายแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยัง ยังเป็นวัดที่ได้รับการชูเป็นมรดกโลกอีกด้วย ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั้น ต้นใหม่เปิ้ลบริเวณวัดจะกลายเป็นสีแดงตัดกับโตวัดอย่างงดงาม ในช่วงกลางคืนตรงนี้จะมีการเปิดไฟสองไปที่ต้นไม้และก็ตึกของสงฆ์ด้วย ซึ่งจะเป็นบรรยากาศที่สวยไปอีกในลัษณะหนึ่ง 6) หมู่บ้านชิราคาว่า Shirakawa-go เป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่เป็นแบบสไตล์ประเทศญี่ปุ่นแท้ๆคนไหนกันที่ต้องการจะมาสัมผัสความเป็นประเทศญี่ปุ่นแล้วต้องการจะมาดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วย ก็สามารถมาท่องเที่ยวเยี่ยมชมกับหมู่บ้านที่นี้ได้ บอกได้เลยว่าบรรยากาศช่างสวยสดงดงามเสมือนหลุดไปในสมัยโบราณเลยก็ว่าได้ ทั้งผองนี้ก็เป็นสถานที่ดูใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศญี่ปุ่น ที่บอกเลยว่าถ้าได้ไปตามในบทความที่พวกเราบอกไปนั้น คุณก็จะได้พบความงดงามตามธรรมชาติที่หาที่ใดมิได้เว้นเสียแต่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง

ท่องเที่ยวใน 4 ฤดู ในโทโฮลุก ประสบการณ์ที่สุดติดใจไม่รู้จักลืม

ท่องเที่ยวใน 4 ฤดู ในโทโฮลุก ประสบการณ์ที่สุดติดใจไม่รู้จักลืม

ทัวร์ญี่ปุ่น โทโฮระอุเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติที่งดงามเอามากๆนับว่าเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใหม่ที่ตั้งอยู่ทางทางเหนือสุดของเกาะฮอนยก ซึ่งเกาะนี้เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น วันนี้พวกเราจะมาเล่าถึงประสบการณ์ใน 4 ฤดูของโทโฮระอุ ว่าเป็นอย่างไรกันบ้างมีบรรยากาศคืออะไรตามมามองกัน ฤดูใบไม้ผลิ (ม.ย.-พ.ค.) ตอนฤดูนี้จะเป็นช่วงๆที่คุณจะสามารถมองเห็นดอกซากุระดอกบานไปทั่วเมือง ดอกไม้จะบานสะพรั่งสวย เพราะว่าจะได้รับน้ำอย่างมากจากหิมะที่ละลายจนถึงเปลี่ยนเป็นน้ำที่อุดมไปด้วยธาตุ เพราะว่าในพื้นที่นี้มีบางพื้นที่ของโทโฮคุยังอาจมีหิมะที่คงเหลืออยู่ มาท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ผลินี้ก็เลยจะก่อให้ได้สัมผัสกับหิมะและก็ความแจ่มใสของดอกซากุระสีชมพูที่บานไปทั่วทั้งเมือง ซึ่งจุดดูดอกไม้ยอดนิยมของนักเดินทางก็จะเป็นถนนหนทางคันโจไกโดริ ซึ่งตรงนี้จะเต็มไปด้วยสีชมพูไปทั้งสิ้นและก็ถ่ายรูปออกมาก็จะงามมากมายๆ หน้าร้อน (เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม) เป็นตอนที่สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคโทโฮปะทุนับว่าเป็นอากาศที่เย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาวกระทั่งเกินความจำเป็น เพราะว่าจะมีลมทะเลที่พัดผ่านก็เลยช่วยทำให้คลายร้อนได้ รวมทั้งมีป่าที่เขียวชอุ่มปกคลุมทั่วเทือกเขาก็เลยทำให้มิได้รู้สึกร้อนจัดนัก นอกเหนือจากบรรยากาศจะมีชีวิตชีวารวมทั้งยังมีทิวภาพที่งามจากธรรมชาติแล้ว ในฤดูร้อนนี้ก็จะมีเทศกาลที่สำคัญอย่างเช่น เทศกาลเนบุตะ ในจังหวัดอะโอโมริ นักเดินทางจะได้ดูขบวนตะเกียงลวดลายสวยงามอลังการ เทศกาลอะคิตะคันโต ในจังหวัดอะคิตะ ละลานตากับลีลาท่าทางการแห่โคมบนเสาไผ่ขนาดยักษ์เทศกาลทะนะบะตะ ในเมืองเซนได และก็เทศกาลฯลฯ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (เดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน) จะเป็นช่วงๆฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้จะเป็นตอนในเวลาที่จะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสีปกคลุมไปทั่วพื้นที่ เป็นการเปลี่ยนทางธรรมชาติที่ได้ประดิษฐ์ศิลป์รวมทั้งความสวยงามเชิญให้เพลินตาเพลินใจเป็นอันมาก เทือกเขาแล้วก็ทั่วทั้งเมืองนั้นจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่มีอีกทั้ง สีส้มเหลือง แดง สลับกัน ต้องการจะมองเห็นเมืองแบบชัดๆและก็ดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบทั่วๆเมืองก็สามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้า เพื่อได้ดูทัศนียภาพของเทือกเขาฮักโกดะระดับล่างได้อย่างเต็มตา ในช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.-เดือนมีนาคม) จะเป็นช่วงๆที่ทั้งหมดทุกอย่างจะขาวมากไปด้วยหิมะ นับว่าเป็นสรวงสวรรค์ของนักเดินทางที่ชอบใจความหนาวเย็นหรือต้องการมาสัมผัสหิมะมองสักหนึ่งครั้ง ตรงนี้มีลานสกีที่เป็นที่รู้จักอยู่หลายที่ให้ได้เล่นสนุกสนานกันซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมหน้าหนาว ที่ทุกคนจำเป็นต้องเล่น อีกทั้งมีงานที่ครื้นครึกซึ่งเป็นเทศกาลหน้าหนาวมาก

5 วังที่งามสวยสดงดงามในประเทศญี่ปุ่น ที่จะจำต้องจองตั๋วเพื่อมาท่องเที่ยว!!

5 วังที่งามสวยสดงดงามในประเทศญี่ปุ่น ที่จะจำต้องจองตั๋วเพื่อมาท่องเที่ยว!!

ทัวร์ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพระราชวังเยอะแยะเอามากๆซึ่งมีวังที่ดั้งเดิมหลายแห่งที่เหลือรอดจากการสู้รบแล้วก็หายนะ ต่อให้เป็นวังที่ดั้งเดิมแม้กระนั้นก็ยังมีความสวยสดงดงามน่าคลั่งไคล้ โน่นก็เนื่องจากได้มีการซ่อมแซมซ่อมบ่อย เพื่อพระราชวังยังคงอยู่ให้คนรุ่นใหม่ได้ชื่นชอบนั่นเอง วันนี้พวกเราจะพาทุกคนมามองกันว่ามีวังไหนที่ควรจะท่องเที่ยว มาดูกันว่ามีที่ใดบ้าง 1. วังฮิโรซากิ Hirosaki Castle ตั้งอยู่ที่เมืองฮิโรซากิ ในจังหวัดอาโอโมริ ทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1609 โดย สึการุ โนบุฮิระ ผู้ดูแลเขตแดน ถัดมาเมื่อปี้ คริสต์ศักราช 1627 ก็ได้เกิดเหตุไฟเผาก็เลยทำให้ตัววังถูกเผาแล้วก็ถูกปล่อยปละละเลยเกือบจะ 200 ปี ต่อจากนั้นก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีพศ 1810 ซึ่งรูปแบบของตัววังนั้นก่อนหน้านั้นมีอยู่ 5 ชั้น แต่ว่าขณะนี้เหลือเพียง 3 ชั้นเพียงแค่นั้น บริเวณพระราชวังจะถูกโอบล้อมด้วยลำคลองถึง 5 แบบและก็จะมีสะพานที่เชื่อมถึงกันในแต่ละลำคลอง 2. พระราชวังสึรุกะ Tsuruga Castle คำว่า สึรุกะ หมายความว่า นกกระเรียน ก็เลยรู้จักกันในอีกชื่อว่าวังนกกระเรียน วังที่นี้ตั้งอยู่ที่เมืองไอสุวากามัตสึ ในจังหวัดฟุระอุชิมะ ทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1384 ภายหลังจากถูกทำลายเสียหายในการศึกโบเคยชินก็ได้รับการบูรณะใหม่ขึ้นให้มี 5 ชั้น พระราชวังนั้นมีสีขาวสะอาดตารวมทั้งสะดุดตาด้วยกระเบื้องสีแดงแบบเริ่มแรก ข้างในวังนั้นเปิดให้เป็นพิพิธภัณฑสถานเพื่อนักเดินทางเข้าไปดูวิถีชีวิตของซามูไร หรือศิลป์วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นในอดีตสมัย 3. พระราชวังโทยาม่า Toyama Castle ตั้งอยู่ศูนย์กลางจังหวัดโทยาม่า ซึ่งเป็นเมืองที่ติดสมุทรของประเทศญี่ปุ่น ตัวพระราชวังนั้นได้โดนโอบล้อมด้วยแม่น้ำก็เลยทำให้พระราชวังเสมอเหมือนลอยอยู่บนน้ำ ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้ได้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวังลอยน้ำ ตัวพระราชวังนั้นมีอยู่ 4 ชั้นซึ่งด้านในมีพิพิธภัณฑสถานให้ได้ท่องเที่ยว เพื่อศึกษาเล่าเรียนประวัติศาสตร์ของพระราชวังอีกด้วย 4. พระราชวังคานาซาว่า Kanazawa Castle ตั้งอยู่ที่เมืองคานาซาว่า ในจังหวัดอิชิคาว่า ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1583 วังที่นี้เคยเป็นที่อยู่ของเชื้อสายมาเอดะที่ดูแลดินแดนติดอยู่กะมาเป็นระยะเวลานานถึง 280…

Read More Read More

ที่น่าท่องเที่ยวในโอซาก้า ท่องเที่ยว รับประทาน ช้อป พร้อม!!

ที่น่าท่องเที่ยวในโอซาก้า ท่องเที่ยว รับประทาน ช้อป พร้อม!!

ทัวร์ญี่ปุ่น โอซาก้าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันจริงๆสถานที่เที่ยวก็มีให้ครบทุกแบบทุกแนวว่าจะเป็นวัดศาลหรือที่เที่ยวทางธรรมชาติ ต่อให้สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่สุดยอด แถมของกินของตรงนี้ยังอร่อยมีให้เลือกแบบมากมายก่ายกองเยอะไปหมดกระทั่งไม่เคยรู้ว่าจะรับประทานอันไหนก่อน รวมทั้งที่สำคัญที่สุดยังราคาแพงที่ค่อยกว่าที่เมืองโตเกียวอยู่พอเหมาะพอควร ไม่ว่าจะเป็นค่าของกิน บ้านพัก หรือที่เที่ยว วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะที่เที่ยวในโอซาก้าที่บอกเลยว่าคุณจำเป็นที่จะต้องต้องการมาอีกทีอย่างแน่แท้ 1. ตลาดลุกโรมง Kuromon Ichiba Market เป็นตลาดที่โด่งดังรวมทั้งดั้งเดิมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของในเมือง กระทั่งตรงนี้ได้รับคำสัญญานามว่าเป็นห้องครัวของโอซาก้า ด้านในตลาดนั้นจะเป็นฟุตบาททอดยาวเล็กๆโดยประมาณ 600 เมตรสองข้างถนนจะเต็มไปด้วยร้านต่างๆที่มีสูงถึง 160 ร้าน ซึ่งตลาดที่นี้จะขายทั้งยังของสดและก็ของแบบพร้อมทาน ทั้งยังมีขนมก็อบแก็บของกินพื้นบ้านมากมายก่ายกองหลากหลายประเภทที่คอยให้ท่านได้ลองกัน 2. จุดสำหรับชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส Abeno Harukas อยู่บนอาคารสูง 300 เมตรซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่ตรงนี้นอกเหนือจากการที่จะเป็นจุดสำหรับชมวิวแล้วหลังจากนั้นก็ยังมีห้าง พิพิธภัณฑสถานศิลป์ รวมทั้งบังกะโล ด้านฟ้าที่จะไปดูทิวทัศน์นั้น คุณจึงควรขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 58 ชั้นนี้จะมีร้านค้าทะเบียนไม้มีร้านค้าคาเฟ่ร้านขายของของที่ระลึก บนชั้น 60 นั้นจะสามารถดูทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศามองเห็นได้ทั่วทั้งเมืองอย่างยิ่งจริงๆ 3. บริเวณคุ้นชินไซบาชิแล้วก็ไม่นามินัมบะ Shinsaibashi / Minami Namba ทั้งคู่นั้นเป็นถนนหนทางสายช้อปปิ้งครึ่งหนึ่งอินดอร์ที่มีความยาวสูงถึง 600 เมตร เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการมาท่องเที่ยวช็อปปิ้งจ่ายตลาดไปฝากคนทางบ้านเอามากๆซึ่งริมถนนนั้นจะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ขายสินค้าต่างๆซึ่งจะมีร้านบูติก ร้านค้าแฟชั่น ห้องอาหารรวมทั้งร้านค้าของหวานอีกด้วย 4. พิพิธภัณฑสถานบะหมี่สำเร็จรูป Momofuku Ando Instant Ramen Museum เป็นพิพิธภัณฑสถานที่เป็นประวัติความเป็นมาของบะหมี่ครึ่งสำเร็จรูปตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งปัจจุบันนี้ แล้วก็คุณลักษณะเด่นของตรงนี้เลยก็คือคุณสามารถสร้างบะหมี่สำเร็จรูปในลักษณะของตนเองได้ ว่าจะเป็นน้ำซุปหรือของเคียงต่างๆรวมทั้งสามารถเพ้นท์ถ้วยบะหมี่ได้ตามจินตนาการของคุณได้เลย กล่าวได้ว่าได้ทั้งยังวิชาความรู้ความเพลิดเพลินทั้งยังได้ของติดไม้ติดมือที่มีชิ้นเดียวในโลกอีกด้วย 5. หมู่บ้านอเมริกา America Mura คนไหนกันแน่เป็นสายแฟชั่นขาจะต้องมาตรงนี้ให้ได้เลย เพราะว่าตรงนี้เป็นเขตแฟชั่นของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นของความเป็นอเมริกัน ซึ่งจะมีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ที่หาไหนมิได้ ตรงนี้จะย้ำไปที่ร้านขายของแล้วก็แฟชั่นของอเมริกันเป็นหลัก ยิ่งในตอนสุดสัปดาห์ก็จะเต็มไปด้วยวัยรุ่นต่างๆที่มาทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการเต้นการร้องเพลงหรือการเล่นดนตรี เรียกว่าย่านที่นี้เป็นบริเวณที่มีชีวิตชีวาที่สุดของเมืองโอซาก้าเลยก็ว่าได้