Browsed by
Tag: ทัวร์เวียดนาม

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม

มีคนมากมายก่ายกองที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม หรือบางบุคคลก็บางทีก็อาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งจัดว่าประเทศนี้เป็นที่นิยมจากชาวไทยอย่างใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความงามทางธรรมชาติรวมทั้งสถานที่เที่ยวที่มีเรื่องมีราวราวทางประวัติศาสตร์อยู่จำนวนมาก ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความสวยรวมทั้งน่าท่องเที่ยว แม้กระนั้นจดจำไว้ว่าไม่ว่าที่แหน่งใดก็มีเรื่องมีราวที่จำเป็นต้องให้ระวังเนื้อระวังตัวอยู่เป็นประจำ เวลานี้พวกเราจะมากล่าวถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระมัดระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนาม ข้อระวัง 1.รถแท็กซี่ ชาวไทยบางทีก็อาจจะเคยได้เห็นเสมอๆว่าแท็กซี่ในไทยนั้นถูกใจคดโกงค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสาร หรือถูกใจเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อจะได้ฮุบเงิน เรื่องอย่างนี้แม้กระทั้งที่เวียดนามก็มีแบบเดียวกันเพราะเหตุว่าผู้ขับบางบุคคลเมื่อพวกเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนสตางค์ไม่ครบแล้วก็อ้างถึงว่าขาดเงินทอน มันก็แปลงเป็นว่าผู้ขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแต่ว่าในประเด็นนี้พวกเรามีแนวทางแก้อยู่ก็คือจำเป็นต้องซื้อเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถยนต์นั่นแหละโน่นก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าพวกเราไม่ยินยอมให้เขาคดโกง ประเดี๋ยวครู่หนึ่งถ้าเกิดเขาอารมณ์เสียเขาก็จะถอนพวกเราไปเอง แต่ว่าในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่บางโอกาสเพียงแค่นั้น เนื่องจากถ้าหากพบผู้ขับงกแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็อาจจะจำต้องทำใจแล้วล่ะ 2. ชื้อของ ที่ปิดป้ายแจ่มชัด คุณจำเป็นต้องจับจ่ายซื้อของที่ราคาแพงป้ายติดแจ่มกระจ่างเพื่อหลบหลีกการฉ้อโกงราคา เพราะว่าบางโอกาสจับจ่ายซื้อของชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านค้าเดียวกันอีกแม้กระนั้นผู้ขายก็เจาะจงราคาแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้อย่าไปซื้อกับร้านที่ไม่มีป้ายติดราคา แม้กระนั้นถ้าหากเลี่ยงมิได้ก็จำต้องอุตสาหะต่อราคาให้ลงมากที่สุด 3. กินอาหารตรงนี้ ไม่มีน้ำฟรี เกิดเรื่องที่แตกต่างจากบ้านพวกเรา ห้องอาหารทั่วๆไปในบ้านพวกเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกตรอกหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็ช่างโดยมากแล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่เสมอ แต่ว่าที่เวียดนามนั้นถ้าหากว่าไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เนื่องจากผู้ที่นี่จำนวนมากนิยมกินน้ำชามากกว่านั่นเอง แต่ว่าถ้าเกิดสั่งน้ำทางร้านค้าก็จะเอาน้ำมาขายให้เป็นขวด 4. ระวังเงินหาย ไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีขโมย จะต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อลือชาที่ 1 ในเรื่องของมือไวสำหรับในการล้วงสินทรัพย์นักเดินทาง โดยยิ่งไปกว่านั้นในย่านชุมชนที่มีคนคับคั่งก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุดังกล่าวคุณจำเป็นที่จะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้นิรภัยแรมหรือหากควรต้องคัดออกมาด้วยข้อควรจะเก็บเอาไว้กับตัวให้อยู่ข้างหน้าอย่างมิดชิด และก็คุณควรต้องพินิจความประพฤติปฏิบัติของคนเรารอบกายอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆพวกเรานั่นเอง

6 ฤดูที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอน ในเวียดนาม ไปตอนไหนดีนะ?

6 ฤดูที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอน ในเวียดนาม ไปตอนไหนดีนะ?

เวียดนามเป็นประเทศที่เรียกพวกเราว่าบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง ทัวร์เวียดนาม แล้วในแต่ละฤดูนั้นในลักษณะอากาศแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้แม้กระนั้นในช่วงฤดูกาลนั้นมีเอกลักษณ์แล้วก็บรรยากาศที่ฟินๆแตกต่างนั่นเอง วันนี้ก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอนแต่ละฤดูว่าตอนไหนน่าท่องเที่ยวที่แห่งไหนกันบ้าง เพื่อที่คุณจะได้เสพบรรยากาศแบบติดอกติดใจในแต่ละตอน ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเรามาดูกันกันเลย! 1. ฤดูใบไม้ผลิ ตอนเดือน : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงๆที่อากาศในเวียดนามนั้นจะเย็นสบายถึงจะมีฝนตกบ้างน้อยก็ตาม ซึ่งเป็นอากาศที่เหมาะสมแก่การเดินเที่ยวดูเมืองอย่างมาก ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น ฮานอย / Hanoi เมืองหลวงของเวียดนามแล้วก็เป็นเมืองใหญ่ชั้นสองรองจากโฮจิมินห์ เป็นเมืองที่ผสมสถาปัตยกรรมของเวียดนามรวมกับสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสแบบโรมัน ซึ่งทำให้ตรงนี้มีเสน่ห์รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่ไม่มีใครเหมือนนั่นเอง แล้วนับว่าฮานอยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญแล้วก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางค้าที่สำคัญ เมื่อครั้งที่เคยเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส 2. หน้าร้อน ตอนเดือน : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม ในช่วงฤดูร้อนของตรงนี้นั้นจะค่อนข้างจะร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าถึงจะร้อนจัดแค่ไหนก็ค่อนข้างจะที่จะมีฝนตกบ่อยครั้งอยู่แบบเดียวกัน ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น ไฮฟอง / Haiphong เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนมากมายก่ายกอง ทั้งยังยังมีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์บ้านพักจำนวนมาก แล้วจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวกันพิเศษในฤดูร้อนเนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่น้ำทะเลกำลังอุ่นและไม่ร้อนจนกระทั่งเหลือเกิน พูดได้ว่ามาดับร้อนด้วยน้ำทะเล ทั้งคุณทราบหรือไม่จ้ะ!ว่าที่นี่เคยเป็นเมืองชายทะเลของประเทศฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคมอีกด้วย 3. ฤดูใบไม้ร่วง ตอนเดือน : ก.ย. – พ.ย. ฤดูนี้พูดได้ว่าเป็นตอนๆที่น่ามาท่องเที่ยวเยอะที่สุด ซึ่งอากาศที่เวียดนามในช่วงฤดูใบไม้หล่นนั้นจะเย็นสบายแล้วก็ฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆซึ่งเหมาะสมกับแนวทางการทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งเอามากๆไม่ว่าจะเป็นเดินเที่ยว ดูธรรมชาติ หรือเล่นน้ำทะเลก็ตาม ช่างเป็นฤดูที่อากาศชื่นบานแจ่มใสเยอะที่สุดอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น กว๋างนิญ / Quang Ninh ผู้ใดกันแน่ที่ต้องการมาท่องเที่ยวสมุทรก็น่าจะมาตอนฤดูนี้และก็ตรงนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวฮาทดลองเบย์ เป็นสมุทรที่โด่งดังที่สุดของเวียดนาม อากาศในฤดูใบไม้ตกนี้จะเป็นตอนที่คลื่นสงบเหมาะสมแก่การหลอกลวงงเรือดูบรรยากาศงามๆมากมายก่ายกองอย่างยิ่งจริงๆ 4. หน้าหนาว ตอนเดือน : ธ.ค. – ก.พ. เป็นช่วงๆที่หนาวเย็นที่สุดของเวียดนามในรอบปี ซึ่งถ้าหากว่าคุณไปท่องเที่ยวในฤดูหนาวนี้ก็ควรจัดเตรียมเสื้อผ้าให้อุ่นๆเข้าไว้ เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูหนาวของตรงนี้จะอยู่ที่ราวๆ 7-20 องศาเซลเซียส ผู้ใดกันที่ต้องการทดลองสัมผัสอากาศหนาวแม้กระนั้นไม่ต้องการที่จะไปไกล นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณคงจะมาทดลองท่องเที่ยวมอง ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น ซาขว้าง…

Read More Read More

4 ที่น่าท่องเที่ยวในซาขว้าง ที่มาแล้วจำเป็นจะต้องไม่พลาด

4 ที่น่าท่องเที่ยวในซาขว้าง ที่มาแล้วจำเป็นจะต้องไม่พลาด

ทัวร์เวียดนาม ผ่านมาไม่นานเวียดนามก็แปลงเป็นเมืองที่การท่องเที่ยว แล้วก็มีความรุ่งโรจน์เติบโตอย่างเร็ว มีนักเดินทางมาพักในตอนวันหยุดอยู่เป็นประจำด้วยเหตุว่าตรงนี้นั้นอากาศดีแล้วก็สงบเงียบ วันนี้ก็เลยต้องการจะชี้แนะเมืองเล็กๆอย่างซาขว้างที่เป็นเมืองที่การพักผ่อนหย่อนใจ ตรงนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทาง รวมทั้งนอกเหนือจากนี้ก็ยังมีบรรยากาศที่ดีก็เลยทำให้มีคนมาท่องเที่ยวกันอย่างยิ่ง ข้อดีของสบายที่จะนึกถึงชื่อนี้แล้วจำเป็นต้องนึกถึงทุ่งนาขั้นบันไดล้นหลามที่เอนตัวมายังมีเสน่ห์ เพื่อนพ้องๆทราบไหมขาว่าที่นี่ถึงขนาดได้รับสมญานามว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เวียดนามเลยนะ แบบงี้ก็ไม่ต้องไปไกลเลยเพราะว่าบรรยากาศนั้นดีเอามากๆเป็นดินแดนสำนักงานเพาะปลูกผักผลไม้ที่ขึ้นชื่อลือชาของเวียดนาม เรียกกล้วยๆว่าเป็นศูนย์รวมเครื่องอุปโภคบริโภคของตรงนี้เลย อีกทีตรงนี้ก็นับว่าเป็นดินแดนที่ภูเขาที่มีความมากมายทางเชื้อชาติเยอะที่สุดในประเทศเวียดนาม วันนี้เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวในซาขว้างที่บอกเลยว่าคุณต้องชอบใจอย่างไม่ต้องสงสัย 1. หมู่บ้านกัตกัต (Cat Cat Village) หมู่บ้านที่นี้อยู่ห่างจากเมืองซาขว้าง 3 กิโล ตรงนี้เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของชาวเผ่าม้งที่ย้ายถิ่นมาจากจีน ก็เลยมีเสื้อผ้าที่สะดุดตาซึ่งจะนิยมแต่งโทนสีน้ำเงินเข้มสีดำไม่น้อยเลยทีเดียว ตรงนี้จะสามารถเห็นทิวทัศน์ทัศนียภาพของทุ่งนาขั้นบันไดได้ นักเดินทางก็สามารถเดินทางมาตรงนี้ได้อย่างสะดวกอีกด้วย 2. หมู่บ้านต่าฟาน (Ta Van Village) หมู่บ้านต่าฟาน อยู่ด้านทิศใต้ของเมืองซาขว้างราว 10 กิโล เป็นหมู่บ้านชาวดอยชนเผ่าไม่อยู่ด้วยกันแต่ว่าก็นับว่าจะมีสามัญชนของชนเผ่า Giay ที่มีอยู่ค่อนข้างจะเยอะแยะในเวียดนาม เมื่อเป็นหมู่บ้านที่มีการชนพร้อมเยอะแยะก็เลยทำให้มีการแต่งตัวที่นานาประการ แถมแต่ละเผ่ายังมีภาษาพูดเฉพาะกันอีกด้วย 3. น้ำตกซิลเวอร์ (Silver Waterfall) อยู่ข้างทางทางไปไลโจว เป็นน้ำตกที่มีความสวยและก็สามารถเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลๆเพราะเหตุว่าน้ำตกที่นี้มีความสูงถึง 100 เมตรที่ไหลลงมาจากผาหิน นักเดินทางสามารถเดินไปด้านบนของน้ำตกได้แต่ว่าก็จะต้องมีการจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมราว 3,000 ดอง นั่นเอง 4.ยี่ห้อมตอนพาส (Tram Ton Pass) อยู่ข้างถนนทางไปไลโจว ตรงนี้นับได้ว่าเป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่สูงที่สุดในรอบๆซาขว้างแล้วยังเป็นจุดสุดยอดในเวียดนามอีกด้วย ตรงนี้ยังเป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดลาวไคกับจังหวัดไลโจว ซึ่งถ้าหากมาก็จะได้เห็นวิวเขาที่ซับซ้อน และจากนั้นก็จะมองเห็นถนนหนทางคดไปคดมาไปตามขอบผาที่ตัดลงสู่ที่ราบ บอกเลยว่าเป็นทิวทัศน์ทัศนียภาพที่สวยงามมากมายจริงๆเลยละขา คนไหนที่อยากมาท่องเที่ยวเวียดนามโดยที่ไม่ซ้ำซ้ำๆซากๆกับสถานที่อื่น แล้วยังชอบใจมีความชอบธรรมชาติหรือยุติธรรมชาติก็สามารถมาท่องเที่ยวเมืองซาขว้างได้ ซึ่งทั้งปวงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าดึงดูด หวังว่าสหายๆจะพอใจกัน

6 ที่เที่ยวฮิปๆในเวียดนาม ที่ไปสูดอากาศดีแบบเต็มปอด

6 ที่เที่ยวฮิปๆในเวียดนาม ที่ไปสูดอากาศดีแบบเต็มปอด

ทัวร์เวียดนาม เวียดนามเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเมืองไทยพวกเรา เวียดนามมีสถานที่เที่ยวเยอะแยะมีอีกหลายที่ที่น่าดึงดูดมากมายอย่างยิ่งจริงๆ วันนี้ก็เลยมีสถานที่เที่ยวน่าดึงดูดในเวียดนามที่พวกเราจะมานำเสนอให้เพื่อนฝูงๆได้ทราบจะกัน การันตีเลยว่าถ้าหากได้มาท่องเที่ยวตรงนี้จะเป็นความบันเทิงใจที่ไม่เคยทราบลืมแล้วจริงๆมาดูกันเลยจ้ะว่ามีสถานที่เที่ยวที่แห่งใดบ้างในเวียดนามที่น่าดึงดูดเหมาะสมกับสายฮิปๆอย่างพวกเราๆกัน ตามมาเลย! 1. อ่าวฮาทดลองเบย์ (Ha Long Bay) เป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ อ่าวที่นี้มีพื้นน้ำกว้างถึงราว 1,500 ตารางกิโลเมตรซึ่งแต่ละตารางนั้นก็มีความงามทางธรรมชาติรอบๆ ก็จะมีเกาะหินปูนน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆของอ่าวที่มีสูงถึง 1,969 เกาะ ไม่สนเท่ห์ใจเลยใช่ไหมค่ะว่าเพราะเหตุไรตรงนี้ก็เลยเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวที่คุณน่าจะมา 2. ทะเลทรายมุยเน่ (White Sand Dunes) ไม่ต้องบินไปไกลถึงซาฮาร่าคุณก็สามารถบินมาใกล้ๆท่องเที่ยวทะเลทรายมุยเน่ที่เวียดนามได้ แถมบรรยากาศความฟินก็ยังได้แบบเดียวกันอีกด้วย ซึ่งมุยเน่เนี่ยเป็นเมืองชายทะเลที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ตรงนี้มีอีกทั้งชายทะเลและก็สันทรายขนาดใหญ่ที่ใหญ่มากเลยจริงๆที่เที่ยวของทะเลทรายตรงนี้เป็นมีทะเลทรายขาวกับทะเลทรายแดง สำหรับคนผู้ที่ต้องการถ่ายภาพงามๆก็เสนอแนะให้ถ่ายที่ทะเลทรายขาว ด้วยเหตุว่าจะถ่ายภาพงามกว่าทะเลทรายแดงมากมายเลยขา 3. เกาะฟูก๊วก (Phu Quoc Island) เกาะนึงที่เรียกว่าเป็นเกาะสรวงสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความสวยของธรรมชาติและก็ของกินที่อร่อย ซึ่งเกาะที่นี้จะมีเกาะเล็กเกาะน้อยที่จะมีขนาดต่างกันออกไปถึง 28 เกาะอีกด้วย แล้วคุณลักษณะเด่นที่จำเป็นต้องมาให้ได้เลยก็คือทรายของตรงนี้ขาวนวล รวมทั้งน้ำทะเลที่ต้องการจะกล่าวว่างามใสมากมายๆใสขนาดที่ว่าาดูอยู่ข้างบนผิวน้ำก็แลเห็นต้นปะการังเลยละขา 4. ถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves) ตัวถ้ำตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติฟองญาโซนภาคกึ่งกลางของเวียดนาม บอกเลยว่าถ้ำที่นี้เป็นเทือกเขาหินปูนที่แก่มากยิ่งกว่า 400 ล้านปี ถือได้ว่าอะไรที่ดั้งเดิมเอามากๆเลยล่ะจ้ะ ซึ่งนี้มีความเป็นที่สุดในหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นมีเนินทรายและก็หินใต้น้ำที่งามที่สุด มีหินงอกหินย้อยลักษณะต่างๆที่งามที่สุด และก็ยังรวมทั้งมีทะเลสาบน้ำจืดด้านในถ้ำที่งามที่สุด จะต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่สมควรจะพลาดมากมายเลยจริงๆ 5. ซาขว้าง (Sa Pa) เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่งที่ไปแล้วรู้สึกราวกับได้พักอย่างมาก ดูไปทางไหนก็สบายตาสุขใจเนื่องจากว่าได้ถูกล้อมไปด้วยแนวเขา แถมยังมีอากาศที่เย็นสบายทั้งปีอีกด้วย ผู้ใดกันแน่ที่ต้องการมาพักแบบจริงๆจังๆก็สามารถมาสูดอากาศของตรงนี้ให้เต็มปอดเพื่อรับบรรยากาศดีๆเข้าไปเพื่อบรรเทาได้แบบสุดกำลัง 6. ชายหาดญาจาง (Nha Trang Bay) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมของเวียดนามเพราะว่านอกเหนือจากความงามของชายหาดที่ยาวมากยิ่งกว่า 6 กิโลแล้ว ก็ยังเหมาะสมกับการอาบแดด นั่งเรือท่องไปตามเกาะ เล่นกิจกรรมทางทะเลต่างๆเยอะแยะอีกด้วย แล้วจุดแข็งเลยก็คืออาหารทะเลที่จะถูกอกถูกใจคุณอย่างแน่แท้เพราะเหตุว่าอีกทั้งสดและก็อร่อยไม่แพ้ที่ใดเลยจริงๆ

6 สถานที่ในแม้กระนั้นฤดูที่เด่นรวมทั้งน่าท่องเที่ยวใน เวียดนาม

6 สถานที่ในแม้กระนั้นฤดูที่เด่นรวมทั้งน่าท่องเที่ยวใน เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม คุณกำลังรู้สึกว่าในช่วงฤดูนี้ควรท่องเที่ยวที่แหน่งใดในเวียดนามดีหรือไม่ หากว่าใช่คุณมาถูกทางแล้ว เพราะว่าในเนื้อหานี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์สะดุดตาและก็เป็นที่ชื่นชอบในเวียดนาม ว่าในช่วงฤดูกาลนั้นๆที่แหน่งใดที่ควรมาท่องเที่ยว เอาละพวกเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีแม้กระนั้นไม่รู้จักนั้นมีที่น่าท่องเที่ยวไหนบ้างตามมาเลยจ้ะ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม) 1. ฮานอย (Hanoi) ในช่วงฤดูนี้จะเป็นตอนๆที่อากาศเย็นสบายต่อให้มีฝนตกบ้างก็ตาม ไม่ว่าคุณจะมองดูไปทางไหนก็จะมองเห็นต้นไม้ที่เขียวชอุ่มไปทุกๆที่ บอกเลยว่าฤดูนี้เหมาะสมแก่การแวะมาท่องเที่ยวมากมายก่ายกอง ก็เลยขอเสนอแนะฮานอยที่เป็นเวียดนามตอนบน ซึ่งการมาท่องเที่ยวตรงนี้จะช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาได้ดิบได้ดีเป็นอันมาก ถึงฮานอยก็ยังจะมีฝนตกอยู่บางส่วนแม้กระนั้นโดยรวมแล้วอากาศก็พอดีเหมาะสมกับการเดินเล่นเล่น ก็มีสถานที่เที่ยวเยอะไปหมดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์รวมทั้งมนต์ขลังจ้ะ หน้าร้อน (เดือนมิถุนายน – ส.ค.) 2. ไฮฟอง (Haiphong) ในฤดูร้อนนี้จะเป็นตอนๆที่ฝนตกหลายครั้งแม้ว่าฝนจะตกบ่อยมากแต่ว่าก็ยังมีอากาศร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราเลยละค่ะ ไฮฟองก็เป็นอีกหนึ่งเมืองชายทะเลของประเทศฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งตั้งอยู่รอบๆอ่าวตังเกี๋ย มีอากาศที่มีชีวิตชีวาต่อให้ร้อนไปบ้างก็ตาม ที่ตรงนี้มีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์และก็อพาร์เม้นท์มากมายจำนวนมากให้เลือกพักกัน โดยเหตุนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าจะไม่มีบ้านพัก ใครกันแน่ที่ต้องการเล่นน้ำทะเลชี้แนะให้เล่นช่วงปลายหน้าร้อน เพราะเหตุว่าเป็นตอนที่น้ำทะเลกำลังอุ่นสามารถก็เลยลงเล่นน้ำทะเลได้ ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน) 3. กว๋างนิญ (Quang Ninh) เป็นฤดูที่เย็นสบายแล้วก็น่ามาท่องเที่ยวที่สุดด้วยเหตุว่ามีฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆก็เลยเหมาะสมกับการมาเดินเล่นเล่นดูเมืองหรือทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งมากมายๆจ้ะ ถามคำถามว่าที่เที่ยวทางทะเลที่มีชื่อที่สุดของเวียดนามเป็นที่แหน่งใดก็จำเป็นต้องตรงนี้เลยกว๋างนิญ เป็นในตอนที่กำลังคลื่นสงบลมเย็นสบายก็เลยเหมาะสมกับการหลอกงเรือดูบรรยากาศเอามากๆในช่วงฤดูนี้ หน้าหนาว (เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์) 4. ซาขว้าง (Sapa) เป็นฤดูที่เย็นที่สุดในรอบปีของเวียดนามก็เนื่องจากว่าเป็นหน้าหนาว ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 7 ถึง 20 องศาเซลเซียส อากาศหนาวอย่างนี้คุณจำเป็นจะต้องมาสัมผัสบรรยากาศเมืองสไตล์ยุโรปที่อยู่ท่ามกลางช่องเขากันที่ซาปากันดียิ่งกว่า สหายๆสามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปียิ่งผู้ที่พอใจความเหน็บหนาวถูกใจหิม ะก็สามารถมาท่องเที่ยวได้น่าฟังหิมะตกดูเหมือนจะทุกปีนั่นเอง หน้าฝน (เดือนพฤษภาคม – ต.ค.) 5. ฮอยอัน (Hoi An) ตอนหน้าฝนแม้ว่าจะเป็นช่วงๆที่บางบุคคลบางครั้งก็อาจจะเกลียดเนื่องจากทำให้แฉะ แต่ว่าจะต้องขอบอกเลยนะคะว่าระยะนี้เป็นตอนๆที่ธรรมชาติสวยที่สุดต้นม้งต้นไม้เขียวชอุ่มตกลงกันได้อย่างมาก แล้วเป็นตอนๆที่พายุฝนยังไม่หนักมากแค่ไหน ด้วยเหตุนั้นจึงควรมาท่องเที่ยวกันที่ฮอยอันที่เป็นเมืองประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันโบราณ ตรงนี้จะเต็มไปด้วยสถานที่เที่ยวดั้งเดิมรวมทั้งสถาปัตยกรรมรุ่นก่อนมาก บอกแล้วว่าถ้าหากได้มาแล้วจำเป็นจะต้องหลงเสน่ห์ตรงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย หน้าแล้ง (เดือนพฤศจิกายน – ม.ย.)…

Read More Read More

หนีไปพักดามหัวใจ รับประทาน ท่องเที่ยว ช๊อบ ที่ ฮอยอัน!

หนีไปพักดามหัวใจ รับประทาน ท่องเที่ยว ช๊อบ ที่ ฮอยอัน!

ทัวร์เวียดนาม ใครๆก็ต่างรู้จัก ฮอยอัน เมืองเล็กๆที่คนใดไปก็ต่างหลงมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมฝั่งสมุทรใต้ในเขตจังหวัด กว๋างนาม แล้วจุดแปลงของตรงนี้ก็เมื่อในตอนศตวรรษที่ 16-17 ที่มีการค้าและก็ผู้คนต่างเมืองย้านเข้ามาอยู่ไม่ว่าจะเป็น คนจีน ประเทศญี่ปุ่น ชาวดัตช์ แล้วก็ประเทศอินเดีย แม้ว่าในขณะนี้ตรงนี้จะมิได้เป็นศูนย์กลางค้าแนวทางการขายเสมือนในสมัยก่อน กลับได้เปลี่ยนเป็นเมืองที่มรดกโลกที่ได้เป็นตัวอย่างของเมืองท่า ซึ่งตรงนี้ได้มีการประสมประสานสถาปัตยกรรมแคว้นแล้วก็ฝรั่งเอาไว้ร่วมกันกระทั่งเปลี่ยนเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ บอกเลยว่ามีสถานที่เที่ยวฟินๆในฮอยอันมากมาย ซึ่งจะมีที่แห่งใดบ้างนั้นก็ตามมาดูกันเลยจ้ะ 1. บริเวณเมืองเก่าฮอยอัน Hoi An Ancient Town ข้อดีของเมืองนี้เลยก็คืออาคารสีเหลือง ที่เป็นบ้านโบราณแล้วหลังจากนั้นก็มีโคมกระดาษที่หลายสี ในความเป็นจริงแล้วเมืองที่นี้ก็มีเสน่ห์โดยเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากส่วนประกอบหลายๆอย่างมารวมกัน ซึ่งทั้งหมดทุกอย่างตรงนี้ส่งผลให้เกิดมาเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ เพื่อนฝูงมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ถ้าเกิดไม่ได้อยากเดินเที่ยวก็สามารถนั่งจักรยานสามล้อหรือนั่งเรือเพื่อดูทิวทัศน์ นอกเหนือจากการที่จะเดินเที่ยวดูบรรยากาศและอย่าลืมไปพบของกินอร่อยๆทานกันด้วย ตรงนี้มีของน่ากินล่ะก็เค้าหน้าแปลกๆให้ได้ทดลองลองกันมากมายเลยล่ะจ้ะ 2. บ้านเก่าเลขที่ 101 Old house of Tan Ky ตรงนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นที่แก่กว่า 75 ปีและตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณยังฮอยอัน บ้านที่นี้นับว่าเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คที่เป็นที่พักอาศัยของพ่อค้าในเขตสำคัญที่นี้ บ้านที่นี้ได้ถูกการกล่าวยกย่องในเรื่องความสวยเป็นบ้าน ที่จัดว่าเป็นบ้านคนรวยชาวประมงในบริเวณนี้ที่ผู้คนต่างให้ความนับถือ แม้ว่าบ้านนี้จะถูกอุทกภัยมาบ่อยสุดแท้แต่ก็ยังคงภาวะตามเคยไว้อย่างยอดเยี่ยม 3. สะพานประเทศญี่ปุ่น Japanese Covered Bridge เป็นสะพานที่สร้างมาแล้ว 425 ปีโดยชุมชนคนประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่พศาสตราจารย์ 1593 สะพานที่นี้ทำเพื่อผ่านสายธารเล็กๆที่เชื่อมต่อไปยังชุมชนจากจีน ซึ่งมีความยาวแทบ 20 เมตรเชื่อมต่อกับ 2 ถนนหลักสำคัญๆสะพานประเทศญี่ปุ่นนี้โด่งดังในเรื่องเกี่ยวกับการตกแต่งวิจิตรก็เลยแปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่น่าจะมาอีกแห่งหนึ่ง 4. ร้านขายกาแฟ Reaching Out Of Hear Café ร้านค้าที่นี้มิได้เป็นเพียงค๊อฟฟี่ช็อปแค่นั้นแม้กระนั้นยังเป็นร้านค้าที่สร้างจังหวะให้กับคนไม่สมประกอบทางการได้ยิน ซึ่งข้างในร้านค้านั้นถูกตกแต่งด้วยน่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็เครื่องเรือนไม้ข้างหลังก็จะมีสวนเล็กๆที่ร่มรื่นซึ่งเหมาะสมกับการดื่มกาแฟกับคุกกี้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งสิ้นนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวในฮอยอันที่คุณจำเป็นต้องไปให้ได้เลยนะคะ เมืองที่นี้มองเห็นเมืองที่มนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นผู้คนสถานที่เที่ยวซึ่งแต่ละที่ก็มีประวัติภูมิหลังที่นานและก็น่าดึงดูดเป็นอันมาก หวังว่าทิปหน้าที่คุณจะไปเวียดนาม จะต้องมาท่องเที่ยวที่ฮอยอันให้ได้ละบอกเลยว่าที่นี่เค้าดีจังๆ

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม หากจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ชายทะเลและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับแรกๆของเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเมืองชายทะเลที่เป็นที่รู้จักแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามอย่างยิ่งจริงๆ เมืองมุยเน่ เป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของหาดทรายที่สวยสดงดงามแล้วก็สงบเงียบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราว 10 กม.แล้วก็ตรงชายหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ราษฎรตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมทั้งที่ทำให้ตรงนี้แปลงเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นเพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีอพาร์เม้นท์มาก รวมถึงมีของกินที่อร่อย แล้วก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง โน่นก็เลยทำให้นักเดินทางล้นหลามเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมากไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่ามีทำเลที่ตั้งที่สะดุดตาและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่มีชื่อเสียงและก็มีชื่อเสียงกันสูงที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงรวมทั้งเนินทรายขาว 1. เนินทรายแดง ครอบคลุมพื้นที่โดยประมาณ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ขณะที่สมควรสำหรับการท่องเที่ยวดูก็คือตอนเช้าหรือภายหลัง 15.00 นเป็นต้นไป เพราะว่าตอนนี้กระแสลมจะไม่แรงแล้วก็จะไม่รู้จักสึกร้อนจัด 2. เนินทรายขาว อยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโล มีทะเลสาบที่ประชิดกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวย ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมสูงถึง 70 เอเคอร์ราว 500 เมตรและก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ด้านในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปบริเวณสมุทรสาปได้หรือจะเดินเที่ยวรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกัน นอกเหนือจากเนินทรายขาวและก็เนินทรายแดงทั้งคู่นี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะแยะ ได้แก่ แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยลำน้ำเล็กๆจนกระทั่งทำให้มองเห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างแล้วก็มีลักษณะที่ประหลาดตางาม หรือพระราชวังหินที่ทำขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 ฯลฯ การเดินทาง – นั่งเรือบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์ – แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่ – ใช้เวลาโดยประมาณ 4 ชั่วโมง ชี้แนะว่าจะต้องมีเวลาอย่างต่ำ 2 วัน สำหรับเพื่อการไปเยี่ยมมุยเน่ เพราะเหตุว่าจะมีผลให้ได้ท่องเที่ยวและก็สัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจ เมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่ปรารถนามาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์แบตเตอรี่ให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปดำเนินการใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความสวยและก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง

5 สถานที่เที่ยวยอดเยี่ยมในเวียดนาม ที่จะต้องรีบจัดของมาท่องเที่ยว!!

5 สถานที่เที่ยวยอดเยี่ยมในเวียดนาม ที่จะต้องรีบจัดของมาท่องเที่ยว!!

ใครๆก็ต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม เพราะว่าเป็นดินแดนที่มีมนตร์เสน่ห์มีกลิ่นของยุโรปอีกด้วย แล้วคนไหนกันแน่สายถ่ายภาพ สายรับประทาน ห้ามพลาดกับเด็ดขาด เพราะว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่ใครๆก็มาถ้าเกิดพร้อมแล้วหลังจากนั้นก็จัดเตรียมจองตั๋วเรือบิน บินลัดฟ้ามาเวียดนามเลยแรง! 1. บาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang) ตรงนี้เป็นเมืองเล็กๆสไตล์ยุโรป ขอเป็นการเอาหมู่บ้านสไตล์ยุโรปโบราณเอามาย่อไว้บนเทือกเขาของประเทศเวียดนาม รวมทั้งเมืองที่นี้อยู่ห่างจากดานังมากโดยประมาณ 25 กิโลแค่นั้น จุดแข็งของตรงนี้เลยก็คือการเดินทางหรือการขึ้นรถด้วยเคเบิ้ลคาร์เพียงแค่นั้น อีกทั้งเป็นการเดินทางที่จัดว่าใช้ขึ้นรถเคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งระยะทางโดยประมาณ 5,042 เมตรรวมทั้งสูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตร ถือเป็นการเดินทางที่หวาดเสียวและก็น่าระทึกใจละลานตาเป็นที่สุด 2. ท่องเที่ยวอ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay) คุณทราบไหมขาที่นี้เคยที่ถูกชมเชยให้แปลงเป็นมรดกโลกถึง 2 ครั้งอย่างยิ่งจริงๆ แน่ๆว่ามันจึงควรไม่ธรรมดาแน่ๆ เพลงนี้เป็นที่อยู่ของระบบนิเวศแนวปะการังถึง 232 จำพวกไม่ว่าจะเป็น พืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำ สาหร่ายทะเลน้ำลึก กุ้ง หอย ปู ปลา เป่าฮื้อ ความอุดมสมบูรณ์ทางธรณีวิทยาทางธรรมชาติ ทางภูมิศาสตร์ แล้วก็ยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยๆถึง 775 ที่อีกด้วย!! ไม่ประหลาดใจเลยใช่ไหมค่ะว่าเพราะเหตุใดถึงเคยถูกชูเป็นมรดกโลกถึง 2 ครั้งและก็ยังเป็นสถานที่เที่ยวที่ก่อนตายต้องมาให้ได้เด็ดขาด ที่ไม่ธรรมดาที่สุดเลยเป็นเกาะที่นี้ยังเคยถูกชูให้เป็น 7 สิ่งอัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกอีกด้วย อย่างงี้จะต้องรีบมาแล้วนะคะทุกคน!!! 3. ซาขว้าง (Sa Pa) แม้มาซาขว้างในระหว่างที่เดินทางมาตรงนี้จากฮานอยก็จะสามารถมองเห็นแนวแนวเขาแอลป์ได้ด้วย จะต้องกล่าวว่าตรงนี้เป็นเมืองที่เติบโตในด้านการท่องเที่ยวอย่างเร็วอย่างยิ่งเลยจ้ะ เนื่องจากมีความเป็นต่างจังหวัดของซาขว้างข้อดีของตรงนี้ก็เลยเป็นทุ่งนาข้าวขั้นบันได ที่มีแบบมองเห็นได้สุดสายตามากมายๆถือว่าเป็นความงดงามของธรรมชาติที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์ขึ้นมานั่นเอง ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีเท่านั้นเพราะเหตุว่ามันมีกิจกรรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวหลายประเภทมากมาย 4. เทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne) ถ้าเกิดจะมาดูเขาทรายสองสีที่จะจำเป็นต้องมาที่มุยเน่ นี้จะเป็นหลักที่เขตร้อนที่ใกล้กับหาดที่สามารถจะเดินทางด้วยรถบัสโฮจิมินห์และก็ดาลัทได้ ด้วยเหตุว่าเทือกเขาทรายทั้งคู่นั้นจะอยู่ออกห่างจากเมืองราวๆ 6 กม.ใน…

Read More Read More

ท่องเที่ยว ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่คุณห้ามพลาด!!

ท่องเที่ยว ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่คุณห้ามพลาด!!

มีคนไหนต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม กันบ้างยกมือขึ้น!! ไม่ว่าใครจะมาท่องเที่ยวผู้เดียวหรือมาท่องเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเรามีเมืองเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เป็นมรดกโลก ที่ต้องการจะมาเสนอแนะให้เพื่อนฝูงๆได้ลองท่องเที่ยวมอง มันก็คือ “ฮอยอัน” ที่เป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม บอกได้เต็มปสกเลยว่าเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นอาคารเก่าสไตล์วัวโลเนียลหรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของชาวกรุงก็ตาม วันนี้พวกเราได้เก็บสถานที่เที่ยวที่น่าท่องเที่ยวน่าดึงดูดในฮอยอัน ที่หากคุณไปเมืองนี้แล้วรับประกันว่าคุณจำเป็นต้องต้องการไปอีกเป็นครั้งลำดับที่สองแน่ ที่น่าท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน 1. สะพานประเทศญี่ปุ่น เป็นสะพานผ่านลำคลองที่แบ่งเขตชุมชนระหว่างคนญี่ปุ่นคนจีน พูดได้ว่าเป็นสะพานที่เชื่อมเขตชุมชนระหว่างคนจีนแล้วก็คนญี่ปุ่นซึ่งสามารถไปมาหาสู่กันเพื่อค้าขายขาย ความงดงามของสะพานที่นี้ก็คือมีหลังคาอยู่ข้างบนและก็มีรูปปั้นหมาแล้วก็ดินอยู่ที่เชิงสะพาน คนไหนกันแน่ที่มาตรงนี้จะประสบพบเห็นบ้านช่องสไตล์ประเทศญี่ปุ่นแท้ๆแล้วก็มีร้านรวงน่ารักน่าเอ็นดูๆให้ได้เลือกจับจ่ายซื้อของกันอย่างเพลิดเพลินใจ 2. สโมสรฟุกเกี๋ยน ตรงนี้มีสถาปัตยกรรมที่หรูหราของชมรมจีนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสัมพันธ์จีนอีก 5 ที่ในเมืองฮอยอัน เป็นศูนย์ของคนจีนที่ย้ายถิ่นมาจากที่อื่นๆ ข้อดีแล้วก็ความสวยสดงดงามของชมรมฟุกเกี๋ยนอยู่ที่ตึกไม้สลักรอบรอบๆเต็มไปด้วยร้านขายของที่ทำด้วยมือ ได้แก่ งานแกะ ประทีปผ้าไหม และก็ภาพวาดที่สะท้อนให้มองเห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน เพื่อนักเดินทางสามารถซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ นั่นเอง 3. สโมสรคนจีนกวางตุ้ง เป็นสถานที่ที่คนจีนสร้างไว้เพื่อพบปะสนทนาพบปะรวมทั้งใช้เป็นแท่นบูชาบรรพบุรุษของตนด้วย สถาปัตยกรรมของตึกนั้นตกแต่งเป็นด้วยรูปปั้นมังกรและก็สิงโตที่ประดับประดาตามซุ้มประตูต่างๆแล้วก็รอบรอบๆน้ำพุ ข้างในตึกมีแท่นบูชาที่อุทิศให้กับนายพล Quan Cong ซึ่งเป็นสุดที่รักและก็เป็นที่เชื่อถือในสมัยสามก๊ก รวมทั้งทำเพื่อเป็นเครื่องหมายที่ความซื่อสัตย์ความซื่อตรงรวมทั้งความชอบธรรม 4. บ้านเลขที่ 101 บนถนนหนทางเส้นนี้มีบ้านให้เลือกเข้าชมอยู่ 3 ข้างหลังแม้กระนั้นที่พลาดมิได้เลยก็คือบ้านเลขที่ 101 ซึ่งเป็นบ้านประจำเชื้อสายของ Tan Ky บ้านที่นี้มีความสะดุดตาตรงที่อีกทั้งบ้านนั้นเป็นไม้ทั้งยังข้างหลังและไม่มีหน้าต่าง เหนือบานประตูจะมีเครื่องหมายหยินหยาง จะมีการแยกพื้นที่เป็นสัดส่วนได้อย่างแจ่มแจ้ง ตั้งแต่ หอสมุด ห้องรับแขก และก็ครัว เป็นอย่างไรกันบ้างกับสถานที่เที่ยวฮอยอันที่เป็นเมืองที่มรดกของโลก ซึ่งในฮอยอันนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวในสมัยก่อนทางประวัติศาสตร์รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่ยังมีชีวตำหนิอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานบ้านที่พักและยังรวมไปถึงผู้คนที่ยังอาศัยอยู่ตรงนี้ ไม่สนเท่ห์ใจเลยว่าเพราะเหตุใดตรงนี้ถึงได้รับฉายานามว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ

ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง เมืองเล็กๆบรรยากาศ สไตร์ยุโรป

ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง เมืองเล็กๆบรรยากาศ สไตร์ยุโรป

ทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเราจะมาท่องเที่ยวกันที่ บาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นของสไตล์ยุโรป ลักษณะที่ราวกับถูกเอาเมืองยุโรปในอดีตกาลเอามาย่อให้ขนาดเล็ก แล้วเอามาไว้บนเขาของประเทศเวียดนามนั่นเอง ซึ่งเมืองที่นี้ก็ได้อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 25 กม.แล้วตั้งอยู่บนเขาที่มีความสูงถึง 1,487 เมตร เป็นความสูงที่สูงจนถึงน่าสยองอยู่เช่นเดียวกันใช่ไหมล่ะ แล้วที่ไม่ธรรมดาเลยก็คือการเดินทางที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวของตรงนี้นั้นต้องขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปเพียงแค่นั้น ขอบอกเลยว่าการขึ้นรถเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปนั้นด้านเป็นเคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีระยะทางถึง 5,042 เมตร แล้วก็สูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตร คุณพระผู้เป็นเจ้าคนใดกันที่กลัวความสูงนี้จำเป็นต้องคิดให้ดีๆหน่อยนะคะ ด้วยเหตุว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจรวมทั้งหวาดเสียวที่สุด! เข้าไปด้านในก็จะรู้สึกอย่างกับว่าเสมือนอยู่ในยุโรปมากยิ่งกว่าเวียดนามซะอีก เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่ในลักษณะของประเทศฝรั่งเศสโบราณที่อดให้มีความคิดว่ายุยงในยุโรปมิได้จริงๆจำต้องเตือนสติตนเองไว้ว่าอยู่เวียดนามนะคะทุกคน แม้กระนั้นบรรยากาศตรงนี้ก็จะราวกับหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศสที่ย้อนอดีตเป็นความโรแมนติกแบบโบราณๆบวกกับอยู่บนเทือกเขาสูงด้วยทำให้บรรยากาศของตรงนี้ดีและก็ชื่นบานมากมายๆเพื่อนฝูงๆสามารถไปเที่ยวรอบหมู่บ้านได้น่าฟังว่าที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่มิได้ใหญ่มากนัก ทดลองเดินดูโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ประเทศฝรั่งเศสยุคกลาง ทั้งยังห้องอาหารทิวทัศน์ดีเว่อ ร้านขนมปังเก๋ๆและก็โฮเต็ลที่งามกระทั่งเอามากๆกระทั่งรู้สึกเสมือนได้ย้อนกลับไปในระยะเวลาเก่าๆเลยละขา มหาวิหารแซงต์เดอนีส์ (Saint Denis) จุดที่ไม่สมควรพลาดเลยก็คือโบสถ์ Saint Denis ซึ่งจำลองแบบมาจากโบสถ์ Notre-Dame ที่กรุงปารีส ข้างในของโบสถ์นั้นตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำตาลตัดกับสีขาวที่งามได้พอดีเอามากๆพร้อมลานน้ำพุโอบล้อมด้วยแปลงดอกไม้หน้าโบสถ์ เป็นสถานที่ช่างงามทุกซอกซอยเลยจริงๆ สะพานลอยฟ้า (Golden Bridge) เป็นจุดที่จะจำเป็นต้องมาท่องเที่ยวให้ได้ถ้าหากว่ามาถึงตรงนี้แล้ว บอกเลยจ้ะว่าถ้าหากมิได้มาถ่ายภาพกับที่ตรงนี้ก็เสมือนมิได้มาท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ เด่นของตรงนี้เนื้อเป็นจะเป็นรูปมือยักษ์สองมือรอพยุงสะพานเอาไว้ ซึ่งเป็นสะพานลอยฟ้าที่มีความยาว 150 เมตร สีทองคำ จำเป็นจะต้องมาท่องเที่ยวให้ได้นะเอ้อ! สวนสนุก (Fantasy Park) นี้ถือได้ว่าจุดที่เก็บรวบรวมความสนุกสนานให้กับทั้งยังคนแก่แล้วก็เด็ก แล้วยังเป็นแล้วยังเป็นสวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามด้วยนะคะทราบหรือไม่ คุณก็เลยไม่สมควรที่จะพลาดกับสวนสนุกที่นี้ที่อีกทั้งสนุกสนานแล้วก็ราคาสนิทสนมอีกด้วย